รหัสสินค้า: 8853038012178
ด้วย DATA ปลั๊กไฟ รุ่น WL128 ที่มาพร้อมกับ 2 ช่องเสียบ และ 2 USB ในการเชื่อมต่อ พร้อมความยาว 3 เมตร เพื่อให้คุณสะดวกในการใช้งานในทุกมุมของบ้านหรือที่ทำงาน
ปลั๊กไฟนี้ผลิตจาก พลาสติก ABS ทนทาน และ ทองเหลืองแท้ 100% ทำให้คุณมั่นใจในความปลอดภัย มีสวิตซ์ควบคุมการใช้งานและระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล
เลือกใช้ DATA ปลั๊กไฟ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ไฟของคุณ!
ใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับ DATA ปลั๊กไฟ รุ่น WL128i
สายไฟซึ่งได้รับมาตรฐานกระทรวงอุตสาหกรรม มอก. มาพร้อมกับช่องเชื่อมต่อ 2 ช่อง มีสวิทช์ควบคุมการเปิดปิดของการจ่ายกระแสไฟฟ้า ผลิตจากพลาสติกABS และใช้ทองเหลืองแท้ 100 % ทนความร้อนไม่ลามไฟ รองรับกระแสไฟได้สูงสุด 2300 W สามารถใช้เพื่อส่งกระแสไฟได้กับอุปกรณ์หลากหลาย ใช้ต่อพ่วงกับอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความยาวของสายไฟ ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีป้องกันการใช้กระแสไฟฟ้าเกินหรือไฟฟ้าลัดวงจร ดีไซน์การใช้งานที่ง่าย จัดวางได้ทุกที่ อีกทั้งยังจัดเก็บง่าย
ประเภทสินค้า:ปลั๊กไฟมาตรฐาน มอก. 3 เมตร
สี:ขาว
สำหรับใส่:ต่อพ่วง
วัสดุทีใช้:พลาสติก ABS และ ใช้ทองเหลืองแท้ 100%
คุณสมบัติพิเศษ:สายไฟมาตรฐาน มอก.11 เล่ม 5-2553-
มีม่านนิรภัยเต้ารับ และเต้าเสียบ มาตรฐาน มอก.166-2549
วัสดุไม่ลามไฟ ใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 2300 วัตต์
การรับประกัน(ปี):5
อื่นๆ:ป้องกันกระแสไฟเกิน
1. พิจารณาจากความต้องการใช้งานของตัวเอง ว่าต้องการปลั๊กไฟที่มีกี่ช่องที่จะเพียงพอต่อการใช้งาน รวมถึงสวิตซ์เปิด-ปิด ที่คุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ
2. เลือกความยาวของสายปลั๊กไฟ ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง โดยทิ้งความเชื่อที่ว่า ยิ่งยาวไว้ก่อนยิ่งดี ไปเลย เนื่องจากการที่ปลั๊กไฟสายยาวเกินไป กระแสไฟที่จ่ายอาจจะไม่คงที่ อีกทั้งถ้าไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น ยัง จะเกะกะอีกด้วย
3. วิธีเลือกซื้อง่ายๆ คือ การลองเขย่าปลั๊กไฟก่อนซื้อดู เขย่าแค่เล็กน้อยพอ เพื่อแค่ให้ได้ยินเสียง เผื่อมีอุปกรณ์ภายในชำรุด หรือหลุด แต่ถ้าเขย่าแรงมากอาจจะหลุดเพราะการเขย่าเองได้
4. ดูตรารับรองคุณภาพที่ตัวปลั๊กไฟ ซึ่งถ้าปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐานจะมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตีตราไว้ด้วยที่อุปกรณ์
5. เลือกจากวัสดุที่ใช้ทำสายไฟ โดยปกติกระแสไฟที่ส่งผ่านทางสายจะไม่เกิน 250 โวลต์ ควรเลือกสายไฟที่มีการป้องกันชนวนไฟฟ้าหุ้ม 2 ชั้น เพื่อให้ปลอดภัยเวลาคุณใช้งาน ปลั๊กไฟส่วนใหญ่จะทำจากพลาสติก ซึ่งพลาสติกที่ดีควรเป็นพลาสติก AVC,ABS,PC ซึ่งจะมีผิวเรียบและทนทานกว่าแบบ PVC ทั่วไป
6. เช็คก่อนซื้อ สายดินสำคัญ เมื่อกระแสไฟฟ้าเกิดรั่วหรือช็อต สายดินจะทำหน้าที่ดึงกระแสไฟฟ้า ไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อันตราย ถึงอย่างไรก็ตามคุณควรระมัดระวังไว้เสมอเป็นสำคัญ และควรเป็นปลั๊กพ่วงที่มีการป้องกันการกระชากไฟ รวมไปถึงมีม่านนิรภัย เปิด-ปิดรูปลั๊กไฟ สำหรับบ้านไหนที่มีเด็กเล็กม่านเปิด-ปิด จะเป็นตัวป้องกันเด็กๆเอานิ้วแหย่เข้าไปได้ดี อีกทั้งยังป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกเข้าไปตกค้างอยู่ในรูปลั๊กไฟได้
7. ตัวเลือกเสริมต่างๆ เป็นอีกสิ่งที่คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการของคุณได้ ซึ่งรูปแบบของปลั๊กไฟในปัจจุบันมีหลายหลายให้เลือก เช่น มีสวิตส์เปิด-ปิดของแต่ละช่องเสียบ ,ช่องสำหรับสายUSB
1.การเสียบปลั๊กไฟกับเต้ารับ ควรเสียบให้แน่ ไม่หลวม เพราะอาจทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วส่งผลอันตรายต่อผู้ใช้
2.ไม่ควรเสียบปลั๊กไฟค้างไว้หลังจากเลิกใช้งานแล้ว
3.เลือกปลั๊กไฟที่มีกำลังไฟสอดคล้องต่อการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะกระแสไฟเกิน
4.ไม่ใช้ปลั๊กไฟพ่วงกันหลายอัน ในกรณีที่ต้องการให้สายไฟยาวขึ้น หรือต้องการเพิ่มรูเสียบในการใช้งาน เพราะนั่นหมายความว่า ตามช่องข้อต่อของปลั๊กไฟอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วได้
5.จำไว้เสมอว่า ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์แค่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น คุณจึงไม่ควรใช้ปลั๊กไฟหรือปลั๊กพ่วงในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟแบบถาวรตลอดเวลา เช่น ตู้เย็น เครื่องจักร เครื่องทำน้ำอุ่น
6.ปลั๊กไฟ ไม่เหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ดึงไฟให้กระตุกตลอดเวลา อย่างเช่น ตู้เย็น,เครื่องทำความเย็น,เครื่องทำน้ำอุ่น
7.หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กไฟในที่ๆมีน้ำหรือความชื้น เพราะน้ำเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าอย่างดี เมื่อเกิดเหตุกระแสไฟรั่วหรือช็อต
1. พิจารณาจากความต้องการใช้งานของตัวเอง ว่าต้องการปลั๊กไฟที่มีกี่ช่องที่จะเพียงพอต่อการใช้งาน รวมถึงสวิตซ์เปิด-ปิด ที่คุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ
2. เลือกความยาวของสายปลั๊กไฟ ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง โดยทิ้งความเชื่อที่ว่า ยิ่งยาวไว้ก่อนยิ่งดี ไปเลย เนื่องจากการที่ปลั๊กไฟสายยาวเกินไป กระแสไฟที่จ่ายอาจจะไม่คงที่ อีกทั้งถ้าไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น ยัง จะเกะกะอีกด้วย
3. วิธีเลือกซื้อง่ายๆ คือ การลองเขย่าปลั๊กไฟก่อนซื้อดู เขย่าแค่เล็กน้อยพอ เพื่อแค่ให้ได้ยินเสียง เผื่อมีอุปกรณ์ภายในชำรุด หรือหลุด แต่ถ้าเขย่าแรงมากอาจจะหลุดเพราะการเขย่าเองได้
4. ดูตรารับรองคุณภาพที่ตัวปลั๊กไฟ ซึ่งถ้าปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐานจะมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตีตราไว้ด้วยที่อุปกรณ์
5. เลือกจากวัสดุที่ใช้ทำสายไฟ โดยปกติกระแสไฟที่ส่งผ่านทางสายจะไม่เกิน 250 โวลต์ ควรเลือกสายไฟที่มีการป้องกันชนวนไฟฟ้าหุ้ม 2 ชั้น เพื่อให้ปลอดภัยเวลาคุณใช้งาน ปลั๊กไฟส่วนใหญ่จะทำจากพลาสติก ซึ่งพลาสติกที่ดีควรเป็นพลาสติก AVC,ABS,PC ซึ่งจะมีผิวเรียบและทนทานกว่าแบบ PVC ทั่วไป
6. เช็คก่อนซื้อ สายดินสำคัญ เมื่อกระแสไฟฟ้าเกิดรั่วหรือช็อต สายดินจะทำหน้าที่ดึงกระแสไฟฟ้า ไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อันตราย ถึงอย่างไรก็ตามคุณควรระมัดระวังไว้เสมอเป็นสำคัญ และควรเป็นปลั๊กพ่วงที่มีการป้องกันการกระชากไฟ รวมไปถึงมีม่านนิรภัย เปิด-ปิดรูปลั๊กไฟ สำหรับบ้านไหนที่มีเด็กเล็กม่านเปิด-ปิด จะเป็นตัวป้องกันเด็กๆเอานิ้วแหย่เข้าไปได้ดี อีกทั้งยังป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกเข้าไปตกค้างอยู่ในรูปลั๊กไฟได้
7. ตัวเลือกเสริมต่างๆ เป็นอีกสิ่งที่คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการของคุณได้ ซึ่งรูปแบบของปลั๊กไฟในปัจจุบันมีหลายหลายให้เลือก เช่น มีสวิตส์เปิด-ปิดของแต่ละช่องเสียบ ,ช่องสำหรับสายUSB
1.การเสียบปลั๊กไฟกับเต้ารับ ควรเสียบให้แน่ ไม่หลวม เพราะอาจทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วส่งผลอันตรายต่อผู้ใช้
2.ไม่ควรเสียบปลั๊กไฟค้างไว้หลังจากเลิกใช้งานแล้ว
3.เลือกปลั๊กไฟที่มีกำลังไฟสอดคล้องต่อการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะกระแสไฟเกิน
4.ไม่ใช้ปลั๊กไฟพ่วงกันหลายอัน ในกรณีที่ต้องการให้สายไฟยาวขึ้น หรือต้องการเพิ่มรูเสียบในการใช้งาน เพราะนั่นหมายความว่า ตามช่องข้อต่อของปลั๊กไฟอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วได้
5.จำไว้เสมอว่า ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์แค่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น คุณจึงไม่ควรใช้ปลั๊กไฟหรือปลั๊กพ่วงในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟแบบถาวรตลอดเวลา เช่น ตู้เย็น เครื่องจักร เครื่องทำน้ำอุ่น
6.ปลั๊กไฟ ไม่เหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ดึงไฟให้กระตุกตลอดเวลา อย่างเช่น ตู้เย็น,เครื่องทำความเย็น,เครื่องทำน้ำอุ่น
7.หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กไฟในที่ๆมีน้ำหรือความชื้น เพราะน้ำเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าอย่างดี เมื่อเกิดเหตุกระแสไฟรั่วหรือช็อต
รหัสสินค้า: 8853038012178