จุดเด่นสินค้า
- กำลังผลิตไฟฟ้าสูง (High Power Output): ให้กำลังไฟสูงสุดถึง 625W ซึ่งช่วยลดจำนวนแผงที่ต้องใช้ในโครงการลง
- ประสิทธิภาพแผงสูง (High Efficiency): มีประสิทธิภาพสูงกว่า 21% ด้วยเทคโนโลยีเซลล์ขนาดใหญ่ 210 มม. และ Multi-busbar (MBB)
- ลดต้นทุนระบบ (LCOE & BOS): ช่วยลดต้นทุนรวมของระบบ (BOS) เช่น ค่าโครงสร้างและสายไฟ และลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย (LCOE) ให้ต่ำลง
- ความทนทานสูง: ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง ทั้งแรงลมและแรงกดทับของหิมะได้ดีเยี่ยม
- การรับประกันยาวนาน: มั่นใจด้วยการรับประกันตัวสินค้า 12 ปี และรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่ยาวนานถึง 30 ปี
คุณสมบัติเด่น
- High Power Output: เป็นแผงโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าสูง (625W+) โดยใช้เทคโนโลยีเซลล์ขนาด 210 มม. (210mm Vertex Technology) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟต่อพื้นที่
- High Efficiency: มีประสิทธิภาพของแผง (Module Efficiency) สูงถึงประมาณ 21.2% - 21.4%
- Multi-busbar (SMBB) Technology: ช่วยในการดักจับแสงได้ดีขึ้น ลดการสูญเสียพลังงานภายในแผง และเพิ่มความน่าเชื่อถือ
- Low LCOE: ออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย (Levelized Cost of Energy) และลดต้นทุนระบบ (BOS cost)
คุณสมบัติทั่วไป
- ประเภทเซลล์ (Cell Type): เป็นแผงชนิด Monocrystalline (ซิลิคอนผลึกเดี่ยว) ที่ใช้เทคโนโลยีเซลล์ขนาดใหญ่ 210 มม.
- กำลังไฟฟ้า (Power Output): มีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดที่ 625 วัตต์ และมีประสิทธิภาพของแผง (Efficiency) สูงถึงประมาณ 21.2% - 21.4%
- เทคโนโลยี Multi-busbar (MBB): ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับแสง ลดการสูญเสียพลังงาน และเพิ่มความทนทานต่อรอยร้าวขนาดเล็ก (Micro-crack)
- ความทนทาน: ออกแบบมาให้มีความแข็งแรงสูง สามารถทนต่อแรงกดทับของหิมะ (5400 Pa) และแรงลม (2400 Pa) ได้เป็นอย่างดี
- จุดประสงค์การใช้งาน: มุ่งเน้นการลดต้นทุนของระบบ (BOS) และลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย (LCOE) เหมาะสำหรับโครงการขนาดใหญ่ (Utility-scale) หรือโรงงานอุตสาหกรรม
รายละเอียดทั่วไป
- Cell Type: Monocrystalline (ซิลิคอนผลึกเดี่ยว)
- Design: ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น แรงลม (2400 Pa) และหิมะ (5400 Pa)
- Compatibility: สามารถใช้งานร่วมกับ Inverter และระบบ Tracking ส่วนใหญ่ในตลาดได้ดี
- Durability: มีความทนทานต่อการเกิดรอยร้าวขนาดเล็ก (Micro-crack) และทนต่อการกัดกร่อนจากไอเกลือหรือแอมโมเนีย
การติดตั้ง
- ทิศทางและมุมเอียง (Orientation and Tilt): สำหรับประเทศไทย ควรติดตั้งแผงโดยหันหน้าไปทาง ทิศใต้ และทำมุมเอียงประมาณ 10-15 องศา เพื่อให้รับแสงอาทิตย์ได้ดีที่สุดตลอดทั้งปี
- โครงสร้างรองรับ (Mounting Structure): เนื่องจากแผงรุ่นนี้มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักประมาณ 33.9 กก. โครงสร้างที่ใช้ติดตั้งต้องมีความแข็งแรงสูง สามารถรองรับน้ำหนักและทนต่อแรงลม (Wind Load) ได้ตามมาตรฐานที่ระบุใน Datasheet
- ระยะห่าง (Ventilation): ควรเว้นระยะห่างระหว่างหลังคากับแผงโซลาร์เซลล์อย่างน้อย 10 ซม. เพื่อให้มีช่องว่างระบายความร้อน ซึ่งจะช่วยให้แผงทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การเชื่อมต่อทางไฟฟ้า (Electrical Connection):
- ใช้สายไฟสำหรับโซลาร์เซลล์ (PV Cable) ที่มีขนาดเหมาะสม
- ตรวจสอบขั้วต่อ (Connectors) ให้แน่นสนิทเพื่อป้องกันความชื้นและไฟฟ้าลัดวงจร
- ต้องมีการติดตั้งระบบสายดิน (Grounding) เพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานทางวิศวกรรม
รายละเอียดการรับประกัน
- Product Workmanship Warranty: รับประกันตัวสินค้าและวัสดุยาวนาน 12 ปี
- Linear Power Warranty: รับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามอายุการใช้งาน โดยรับประกันยาวนานถึง 30 ปี โดยในปีแรกประสิทธิภาพจะลดลงไม่เกิน 2% และปีต่อๆ ไปลดลงเฉลี่ยไม่เกิน 0.45% - 0.55%
คำแนะนำการใช้งาน
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย (Safety Precautions)
- อันตรายจากไฟฟ้า: แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ทันทีที่สัมผัสแสงแดด ห้ามสัมผัสส่วนของขั้วต่อหรือสายไฟที่ไม่มีฉนวนหุ้มโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด
- ห้ามเหยียบแผง: ไม่ควรขึ้นไปเดิน เหยียบ หรือนั่งบนแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากน้ำหนักตัวจะทำให้เกิดรอยร้าวขนาดเล็ก (Micro-cracks) ภายในเซลล์ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงและอาจเกิดจุดร้อน (Hotspot) จนแผงไหม้ได้
- น้ำหนักและขนาด: เนื่องจากแผงรุ่น 625W มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก (ประมาณ 33.9 กก.) การติดตั้งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และต้องใช้โครงสร้างรองรับที่แข็งแรงเพียงพอตามมาตรฐานวิศวกรรม
ข้อควรระวังในการติดตั้งและใช้งาน
- การจัดการเงา: หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีเงาจากต้นไม้ อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างบังหน้าแผง แม้เพียงบางส่วน เพราะจะทำให้กระแสไฟฟ้าในสตริง (String) นั้นลดลงอย่างมาก
- การเชื่อมต่อ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขั้วต่อ (Connectors) เสียบแน่นสนิทและมีการล็อกอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ (Arcing) หรือความชื้นเข้าสู่ระบบไฟฟ้า
- การต่อสายดิน: ระบบการติดตั้งต้องมีการต่อสายดิน (Grounding) ที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยต่อบุคคลและป้องกันความเสียหายจากแรงดันเกินหรือฟ้าผ่า
ข้อควรระวังในการบำรุงรักษา
- อุณหภูมิขณะทำความสะอาด: ห้ามใช้น้ำฉีดล้างแผงในขณะที่แผงมีความร้อนจัด (เช่น ช่วงเที่ยงวัน) เนื่องจากความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว (Thermal Shock) อาจทำให้กระจกนิรภัยแตกร้าวได้ ควรทำความสะอาดในช่วงเช้าหรือเย็น
- อุปกรณ์ที่ใช้ล้าง: ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรืออุปกรณ์ที่มีผิวสัมผัสหยาบในการทำความสะอาด เพราะจะทำให้สารเคลือบหน้ากระจก (Anti-Reflective Coating) เสียหาย
การใช้งาน
- การตรวจสอบระบบ: หมั่นตรวจสอบค่าการผลิตไฟฟ้าผ่าน Inverter Application หากพบว่าประสิทธิภาพลดลงอย่างผิดปกติ ควรตรวจสอบความสะอาดของแผงหรือจุดเชื่อมต่อ
- การทำความสะอาด (Cleaning):
- ควรทำความสะอาดแผงอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก
- ใช้น้ำสะอาดและฟองน้ำหรือผ้านุ่มในการเช็ด ห้ามใช้สารเคมีที่กัดกร่อนหรืออุปกรณ์ที่มีความคม เพราะจะทำให้สารเคลือบกระจก (AR Coating) เสียหาย
- ควรทำความสะอาดในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นขณะที่แผงไม่มีความร้อนสูง เพื่อป้องกันกระจกแตกจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน (Thermal Shock)
- การจัดการเงา (Shading): ระวังอย่าให้มีกิ่งไม้ ใบไม้ หรือสิ่งปลูกสร้างมาบดบังแสงแดดบนหน้าแผง เพราะแม้เงาเพียงเล็กน้อยก็สามารถลดประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลงได้มาก
ข้อควรระวังในการใช้งาน
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย (Safety Precautions)
- อันตรายจากไฟฟ้า: แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ทันทีที่สัมผัสแสงแดด ห้ามสัมผัสส่วนของขั้วต่อหรือสายไฟที่ไม่มีฉนวนหุ้มโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด
- ห้ามเหยียบแผง: ไม่ควรขึ้นไปเดิน เหยียบ หรือนั่งบนแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากน้ำหนักตัวจะทำให้เกิดรอยร้าวขนาดเล็ก (Micro-cracks) ภายในเซลล์ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงและอาจเกิดจุดร้อน (Hotspot) จนแผงไหม้ได้
- น้ำหนักและขนาด: เนื่องจากแผงรุ่น 625W มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก (ประมาณ 33.9 กก.) การติดตั้งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และต้องใช้โครงสร้างรองรับที่แข็งแรงเพียงพอตามมาตรฐานวิศวกรรม
ข้อควรระวังในการติดตั้งและใช้งาน
- การจัดการเงา: หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มีเงาจากต้นไม้ อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างบังหน้าแผง แม้เพียงบางส่วน เพราะจะทำให้กระแสไฟฟ้าในสตริง (String) นั้นลดลงอย่างมาก
- การเชื่อมต่อ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขั้วต่อ (Connectors) เสียบแน่นสนิทและมีการล็อกอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ (Arcing) หรือความชื้นเข้าสู่ระบบไฟฟ้า
- การต่อสายดิน: ระบบการติดตั้งต้องมีการต่อสายดิน (Grounding) ที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยต่อบุคคลและป้องกันความเสียหายจากแรงดันเกินหรือฟ้าผ่า
ข้อควรระวังในการบำรุงรักษา
- อุณหภูมิขณะทำความสะอาด: ห้ามใช้น้ำฉีดล้างแผงในขณะที่แผงมีความร้อนจัด (เช่น ช่วงเที่ยงวัน) เนื่องจากความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว (Thermal Shock) อาจทำให้กระจกนิรภัยแตกร้าวได้ ควรทำความสะอาดในช่วงเช้าหรือเย็น
- อุปกรณ์ที่ใช้ล้าง: ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรืออุปกรณ์ที่มีผิวสัมผัสหยาบในการทำความสะอาด เพราะจะทำให้สารเคลือบหน้ากระจก (Anti-Reflective Coating) เสียหาย