กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax): 610W – 635W
เทคโนโลยีเซลล์: BC-Cell
ขนาดแผง: 2382x1134x30 mm
น้ำหนัก: 33.5 kg
กรอบแผง: Anodized Aluminum Alloy (อลูมิเนียมอัลลอยด์อบสีอนอไดซ์ ทนสนิม)
กล่องต่อสาย (Junction Box): มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 (พร้อม 3 Diodes)
แรงดันระบบสูงสุด (Max System Voltage): DC 1500V
มาตรฐานความปลอดภัย: ผ่านการรับรองสากล IEC 61215, IEC 6130 my, ISO9001, ISO14001, ISO45001
เทคโนโลยี BC-Cell ประสิทธิภาพสูง: ให้ค่า Module Efficiency สูงสุดถึง 23.51% ช่วยเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าแผงทั่วไปในพื้นที่เท่ากัน
กระจกสองชั้น (Dual Glass): กระจกนิรภัยกึ่งเทมเปอร์ความหนาทนทานต่อแรงกระแทก ละอองเกลือ และสภาพอากาศเปียกชื้นได้เป็นอย่างดี
สองหน้าผลิตไฟ : สามารถรับแสงสะท้อนจากด้านหลังแผงเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้ถึง 5% – 25% (ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวที่ติดตั้ง)
อัตราการเสื่อมสภาพต่ำ (Low Degradation):
เสื่อมสภาพปีแรกไม่เกิน 1%
ปีที่ 2 ถึง 30 เสื่อมสภาพเพียง 0.35% ต่อปี
การรับประกันระดับพรีเมียม (Long-term Warranty):
รับประกันตัวสินค้าและวัสดุ (Materials & Processing) ยาวนาน 15 ปี
รับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า (Linear Power Output) ยาวนาน 30 ปี (ปีที่ 30 กำลังไฟยังคงอยู่ไม่ต่ำกว่า 88.85%)
กำลังไฟฟ้าสูงสุด ($P_{max}$): 610W / 615W / 620W / 625W / 630W / 635W (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
แรงดันไฟฟ้าที่จุดสูงสุด ($V_{mp}$): 40.18V – 40.68V
กระแสไฟฟ้าที่จุดสูงสุด ($I_{mp}$): 15.18A – 15.61A
แรงดันไฟฟ้าวงจรเปิด ($V_{oc}$): 48.92V – 49.42V
กระแสไฟฟ้าลัดวงจร ($I_{sc}$): 15.90A – 16.30A
แรงดันระบบสูงสุด (Max System Voltage): DC 1,500V (IEC)
พิกัดฟิวส์สูงสุด (Max Series Fuse Rating): 35A
การทนแรงกดด้านหน้า (Front Static Load): สูงสุด 5,400 Pa
การทนแรงกดด้านหลัง (Rear Static Load): สูงสุด 2,400 Pa
IEC 61215 / IEC 61730 (มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพแผงโซลาร์)
ISO 9001:2015 (ระบบบริหารงานคุณภาพ)
ISO 14001:2015 (ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม)
ISO 45001:2018 (ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
TÜV / CE Certified
ระยะห่างด้านหลังแผง: เนื่องจากแผงรุ่นนี้เป็นแบบ Bifacial (รับแสง 2 หน้า)
ต้องเว้นระยะห่างระหว่างหลังแผงกับพื้นผิวหลังคา/พื้นดินอย่างน้อย 30–50 ซม. เพื่อให้แสงสะท้อนเข้าด้านหลังแผงได้
ไม่ควรติดแผงแนบชิดกับหลังคาจนเกินไป เพราะจะปิดบังแสงด้านหลังและลดการระบายความร้อน
การรับน้ำหนัก: ตัวแผงมีน้ำหนัก 33.5 kg ต่อแผง
การทนแรงลม/หิมะ: ตัวแผงทนแรงกดด้านหน้าได้สูงสุด 5,400 Pa และด้านหลัง 2,400 Pa
การเลือก Inverter & MPPT:
แรงดันวงจรเปิด : อยู่ที่ประมาณ 48.92V – 49.42V
สำคัญ: ต้องเผื่อกระแสไฟจากด้านหลังแผง (Bifacial Gain) อีกประมาณ 10%–15%
ขนาดสายไฟ DC (DC Cables):
สายไฟออกจากกล่อง Junction Box
(ขั้วต่อมาตรฐาน MC4 Compatible)
สายไฟเมน DC Solar Cable ต้องใช้ขนาดอย่างน้อย (ทนแรงดัน DC 1,500V)
พิกัดฟิวส์ป้องกัน (Max Series Fuse Rating):
ใช้ฟิวส์ DC ขนาดสูงสุดไม่เกิน 35A ต่อสตริง
การต่อสายดินโครงแผง (Frame Grounding): โครงอลูมิเนียมของแผงมีรูกราวด์เฉพาะ ต้องต่อสายดินเข้ากับโครงสร้างและตู้ควบคุมให้สมบูรณ์ เพื่อป้องกันไฟฟ้าธานีและไฟกระชาก
กล่อง Junction Box: มาตรฐาน IP68
ระยะเวลารับประกัน: 15 ปี
การคุ้มครอง: คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากกระบวนการผลิต วัสดุบกพร่อง โครงสร้างแผง โครงอลูมิเนียม
ระยะเวลารับประกัน: 30 ปี
อัตราการลดลงของกำลังไฟฟ้า (Power Degradation):
ปีที่ 1: ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงสูงสุดไม่เกิน 1.0% (กำลังไฟคงเหลือไม่ต่ำกว่า 99%)
ปีที่ 2 ถึงปีที่ 30: ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงเฉลี่ยไม่เกิน 0.35% ต่อปี
ปีที่ 30: การันตีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้ายาวนาน 30 ปี โดยกำลังไฟคงเหลือต้องไม่ต่ำกว่า 88.85% ของกำลังไฟเริ่มต้น
มาตรฐานการรับรอง: ตัวแผงผ่านการทดสอบและรับรองตามมาตรฐานสากล เช่น IEC 61215, IEC 61730, ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001 และ CE
ข้อยกเว้นการรับประกัน: ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากการติดตั้งผิดวิธี (เช่น ดึงสายไฟ
วิธีการใช้งานแผงโซลาร์เซลล์ LONGi Hi-MO X6 Scientist (610W–635W) Dual Glass Bifacial
รับแสงและรับการสะท้อน: เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบด้านหน้าแผง และแสงสะท้อนจากพื้นตกกระทบด้านหลังแผง
ส่งผ่านพลังงาน: ไฟฟ้ากระแสตรงจะถูกส่งผ่านสายไฟ DC Solar Cable ผ่านตู้เซฟตี้ (DC Combiner Box / Breaker / Surge Protection) เข้าสู่อินเวอร์เตอร์ (Inverter)
แปลงไฟฟ้าใช้งาน: อินเวอร์เตอร์จะแปลงไฟ DC ให้เป็นไฟกระแสสลับ (AC) เพื่อจ่ายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หรือประมวลผลลงแบตเตอรี่ (ในระบบ Hybrid/Off-Grid)
เมื่อช่างติดตั้งระบบโครงสร้างและเดินสายไฟเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้เริ่มใช้งานตามลำดับขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย:
ตรวจเช็กความพร้อมก่อนเปิดระบบ (Pre-Check):
ตรวจสอบขั้วสายไฟ DC (+) และ (-) ว่าเข้ากับอินเวอร์เตอร์ถูกต้อง ไม่สลับขั้ว
ตรวจสอบว่าสายดิน (Grounding) ของโครงแผงเชื่อมต่อลงระบบดินเรียบร้อย
เปิดสวิตช์ฝั่ง DC: สับเบรกเกอร์ DC หรือหมุนสวิตช์ DC Isolator บนตัวอินเวอร์เตอร์ไปที่ตำแหน่ง ON
เปิดสวิตช์ฝั่ง AC: สับเบรกเกอร์ AC เมนไฟฟ้าจากตู้ไฟบ้านขึ้น
ตรวจสอบสถานะอินเวอร์เตอร์: รออินเวอร์เตอร์ทำการ Check ระบบ (ใช้เวลาประมาณ 1–3 นาที) เมื่อไฟสถานะเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือขึ้น Normal ระบบจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าทันที
ไม่ต้องเปิด-ปิดทุกวัน: ระบบโซลาร์เซลล์จะทำงานอัตโนมัติ โดยเริ่มผลิตไฟเมื่อมีแสงแดดในตอนเช้า และหยุดทำงานเองเมื่อสิ้นแสงในตอนเย็น
การทำความสะอาดแผง (Cleaning):
ควรล้างทำความสะอาดแผงปีละ 1–2 ครั้ง (หรือบ่อยขึ้นหากอยู่ในพื้นที่ฝุ่นหนา เช่น ใกล้ถนน/เขตก่อสร้าง)
วิธีการล้าง: ใช้น้ำสะอาดฉีด rửa และใช้ไม้ม็อบทำความสะอาดกระจกชนิดผ้านุ่มเช็ด
ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกรด/ด่างรุนแรง และ ห้ามล้างแผงช่วงกลางวันแสกๆ ที่แดดจัด (ควรรดน้ำล้างตอนเช้าตรู่หรือช่วงเย็นเพื่อป้องกันกระจกเทมเปอร์แตกร้าวจากความร้อนสะสม)
การตรวจเช็กสิ่งบดบัง: คอยดูแลไม่ให้มีกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง หรือมูลนกสะสมบนหน้าแผง เพราะจะทำให้เกิดจุดความร้อน (Hotspot) และลดประสิทธิภาพการผลิตไฟ
ความปลอดภัยทางไฟฟ้า (High DC Voltage):
เมื่อแผงโซลาร์เซลล์ได้รับแสงแดด จะผลิตไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ออกทันที ซึ่งแรงดันระบบสูงสุดสูงถึง DC 1500V
การถอดหรือต่อสายไฟฝั่ง DC ต้อง สับเบรกเกอร์ DC / Isolator ให้อยู่ในสถานะ OFF ก่อนเสมอ ห้ามปลดขั้วสายขณะที่มีกระแสไฟเดินอยู่เพราะจะเกิดสปาร์ก (Arc Flash)
น้ำหนักและการยกติดตั้ง:
ตัวแผงเป็นกระจกสองชั้น (Dual Glass) และมีน้ำหนัก 33.5 kg
ห้าม ยกแผงโดยการดึงสายไฟ หรือจับบริเวณกล่อง Junction Box เด็ดขาด
ห้าม เหยียบ วางของหนักทับ หรือโยนแผง เพราะอาจทำให้เกิดรอยแตกร้าวระดับจุลภาค (Micro-cracks) บนตัวเซลล์ BC-Cell ด้านในได้
การติดตั้งฝั่งด้านหลัง (Bifacial Protection):
เนื่องจากแผงรับแสงด้านหลังด้วย ต้องระวังอย่าให้สายไฟ ท่อร้อยสาย หรือโครงสร้างเหล็กไปพาดบดบังด้านหลังแผงเป็นเงายาว เพราะจะลดประสิทธิภาพและเกิดความร้อนสะสมเฉพาะจุด
ช่วงเวลาที่เหมาะสม: ควรล้างแผงในช่วง เช้าตรู่ (ก่อน 08.00 น.) หรือ ช่วงเย็น (หลัง 17.00 น.) ที่ไม่มีแสงแดดจัด
❌ ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามฉีดน้ำล้างแผงช่วงกลางวันที่แดดจัด หรือขณะที่หน้าแผงกำลังร้อนจัด เพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลัน (Thermal Shock) จะทำให้กระจกเทมเปอร์ 2.0 mm แตกเสียหายได้
อุปกรณ์และน้ำที่ใช้:
ใช้น้ำสะอาดธรรมดา (น้ำประปา/น้ำผ่านกรอง) ร่วมกับผ้านุ่ม หรือไม้ม็อบทำความสะอาดกระจกชนิดเส้นใยไมโครไฟเบอร์
❌ ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามใช้แปรงขนแข็ง สก๊อตช์ไบรต์ ผงซักฟอก น้ำยาที่เป็นกรด/ด่างรุนแรง หรือเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงใกล้ๆ เพราะจะทำลายสารเคลือบกันสะท้อน (Anti-Reflective Coating) บนผิวกระจก
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากกำลังผลิตด้านหลัง
ติดตั้งบนหลังคาเมทัลชีท/กระเบื้อง: แนะนำให้ใช้สีทาหลังคาสีขาว หรือใช้แผ่นสะท้อนแสง เพื่อช่วยเพิ่มการสะท้อนของแสงเข้าด้านหลังแผงได้อีก 5%–10%
ติดตั้งบนพื้นดิน/ดาดฟ้า (Solar Farm / Ground Mounted): การติดตั้งบนพื้นทรายสีสว่าง, พื้นคอนกรีตสีขาว หรือพื้นหินกรวดสีสว่าง จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตด้านหลังได้สูงสุดถึง 15%–25%